อะไรคือสิ่งที่เรียกว่า “3G”


กล่าวกันว่าการสร้างเครือข่ายด้านเสียงหรือโครงข่ายโทรศัพท์นั้นมีการพัฒนากันแบบเป็นยุคเป็นสมัย ซึ่งนี่เองเป็นชื่อเรียกขานกันว่า 3G (Third Generation Mobile Network) หรือโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่สาม ของการพัฒนาที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบัน แต่ก็ไม่ได้หมายความการพัฒนาจะหยุดอยู่เพียงเท่านี้นะครับ เพราะในหลายๆ ประเทศก็เริ่มเข้าสู่ยุคอื่นๆ กันแล้ว แต่ในที่นี้ผมจะขอกล่าวถึงเพียงยุค 3G เท่านั้น

3G ในยุคปัจจุบัน เริ่มมีการพัฒนาและรวมกลุ่มเพื่อสร้างมาตรฐานร่วมกันระหว่างผู้ผลิตอุปกรณ์ด้วยกัน โดยมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับแบ่งเป็น 2 ประเภท ซึ่งนั่นก็คือ UMTS (Universal Mobile Telecommunications Services) โดยเป็นโครงข่ายที่ได้รับการพัฒนามาจากระบบโครงข่ายเดิมแบบ GSM จนพัฒนาเข้าสู่มาตรฐาน W-CDMA ซึ่งมีองค์กรกลางอย่าง 3GPP (Third Generation Program Partnership) เป็นผู้ควบคุมดูแลให้ผลิตออกมาภายใต้มาตรฐานเดียวกันและอีกระบบคือ CDMA 2000 ที่ได้รับการพัฒนามาจากระบบ CDMA เดิม โดยมีองกรณ์กลาง 3GPP2 (Third Generation Program Partnership 2) เป็นผู้ดูแลเช่นกัน  โดยทั่วไปแล้วการแบ่งแยกความเป็น 3G ของทั้งสองมาตรฐาน สามารถแบ่งได้จากความเร็วของการรับ-ข้อมูล และมาตรฐานของอุปกรณ์ที่ใช้ แต่กระนั้นก็มีนักสังเกตการณ์หลายท่านมองว่า ย่านความถี่ที่เลือกใช้ก็มีส่วนเป็นตัวกำหนดว่าเทคโนโลยีดังกล่าวเป็น 3G หรือไม่ ในขณะที่ผมเองกับไม่มองเช่นนั้น เพราะในความเป็นจริงแล้วเทคโนโลยี 3G ในความหมายของผมกลับมองเพียง 2 ตัวแรก ซึ่งนั่นก็คือ ความเร็วและอุปกรณ์เท่านั้น และนี่ก็คือเหตุผลที่เทคโนโลยี W-CDMA เกิดความแตกต่างของการเลือกใช้ย่านความถี่ โดยเริ่มแรกนั้นก็ต้องยอมรับว่า 3G ได้รับการทดลองและใช้งานบนย่านความถี่ 2100 MHz  ซึ่งก็ส่งผลให้เกิดการผลิตเครื่องลูกข่ายที่ออกมารองรับตามกระแส 3G เพียงย่านความถี่เดียวเท่านั้น แต่ไม่นานข้อจำกัดของการใช้ย่านความถี่ดังกล่าวก็เริ่มสร้างปัญหาให้กับผู้ผลิตเอง ซึ่งนั่นก็คือไม่สามารถผลักดันเทคโนโลยีดังกล่าว ให้กับผู้ให้บริการแต่ละประเทศได้ด้วยข้อกำหนดหลายๆ เรื่อง และเรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่สุดก็คือ ความคุ้มค่า เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวมีการแผ่รัศมีครอบคลุมที่แคบมาก ส่งผลให้เกิดต้นทุนทางด้านเครือข่ายที่สูงมาก นั่นเองคือปัญหาที่ส่งผลต่อผู้ผลิตเมื่อไม่มีใครซื้อเทคโนโลยีดังกล่าว การเริ่มพัฒนา 3G บนย่านความถี่อื่นๆ จึงเริ่มต้นขึ้น ซึ่งก็คือ ย่านความถี่ 850 MHz และย่านความถี่ 900 MHz ที่เป็นน้องใหม่ของวงการ แต่กระนั้นการพัฒนาบนย่านความถี่หลังๆ ก็ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเห็นได้ว่า ปริมาณรุ่นเครื่องลูกข่ายที่ออกมารองรับย่านความถี่ต่างองเทคโนโลยี 3G เริ่มมีออกมาให้เห็นในท้องตลาด ซึ่งความแตกต่างนี้เองที่ทำให้เราต้องสังเกตก่อนการซื้อเครื่องโทรศัพท์มือถือว่า เครื่องรุ่นดังกล่าวรองรับย่านความถี่นั้นๆ หรือไม่

ด้านความเร็วของการรับส่งข้อมูลนั้น ได้รับการทดสอบว่าเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถรับ-ส่งข้อมูล ด้วยความเร็วกว่า 7.2 Mbps หรือเร็วกว่าโครงข่ายเดิมถึงกว่า 18 เท่า และทั้งนี้ยังสามารถพัฒนาความเร็วได้มากถึง 14 Mbps ซึ่งมากกว่าโครงข่ายเดิมถึง 36 เท่า และด้วยความเร็วดังกล่าวก็ส่งผลให้เกิดการให้บริการรูปแบบใหม่ได้หลากหลาย โดยเป็นที่ยอมรับกันว่าเทคโนโลยี 3G ดังกล่าวนี้มีมาตรฐานการรับ-ส่งข้อมูลเช่นเดียวกับมาตรฐานอินเตอร์เน็ตทุกประการ แต่กระนั้นก็ต้องรอดูต่อไปว่าการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวจะเคลื่อนตัวอย่างไร เนื่องจากยุคนี้เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s