FFV เครื่องยนต์ในฝันของประเทศเกษตรกรรม


หนุ่มๆ หลายคนน่าจะหลงใหลในสิ่งที่คล้ายๆ กัน ซึ่งผมเองก็เป็นเช่นกันและหนึ่งในนั้นก็คือ รถสปอร์ตสุดเท่ห์นั่นเอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว แม้ว่าจะหาเงินมาแทบตายในการซื้อรถ หรือจะมีเงินมากมายในการเติมน้ำมัน แต่กลับต้องมาเสี่ยงต่อการโดนประนามโดยคนที่พบเห็นหนุ่มๆ ขับรถสปอร์ตสุดเท่ห์กับหวานใจกินลมเล่นยามเย็นๆ ในยุคสมัยที่น้ำมันแพง ก็เป็นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้นะครับ ดังนั้นจึงเป็นการดีถ้าจะมีการป้องกันการถูกประณามดังกล่าวด้วการหาเทคโนโลยีพลังงานทดแทนเข้าแทนที่เชื้อเพลิงแบบเดิม ซึ่งเชื้อเพลิงดังกล่าวนั้นก็คือ E (Ethanol) นั่นเอง นั่นแน่จะหาว่าผมเชยล่ะซิ ไม่ใช่ครับ เราไม่ได้พูดถึง E20 หรือ E85 แต่เรากำลังพูดถึง E100 หรือว่าการใช้เอทานอลบริสุทธิ์มาเป็นเชื้อเพลิงอย่างสมบูรณ์ ซึ่งเรื่องนี้อาจจะใหม่สำหรับคนไทยมาก แต่ไม่ใช่สำหรับคนบลาซิลเพราะตลาดรถกว่า  2 ล้านคันที่ขายอยู่ในบลาซิลใช้ E20-100 แล้วครับ ซึ่งหลายคนอาจจะงงว่ามันเลือกได้ด้วยเหรอ มันปรับเปลี่ยนได้เองด้วยหรอ ขอบอกว่าได้ครับ และก็เป็นเรื่องเทคโนโลยีที่เราจะมาพูดถึงกัน  ซึ่งก็น่าจะยืนยันได้ว่าความร้อนแรงของ E100 เป็นอย่างไรบ้างในตอนนี้

และก็เป็นที่ทราบกันดีว่าเครื่องยนต์โดยทั่วไปขับเคลื่อนลูกสูบโดยการใช้พลังงานอัดระเบิดที่เกิดขึ้นภายใน ขับดันให้ลูกสูบเหวี่ยงตามความแรงที่ต้องการ ซึ่งระหว่างนั้นเพื่อให้การทำงานต่อเนื่องเครื่องยนต์ก็จะสูบฉีดน้ำมันเข้าไปจุดระเบิดอย่างต่อเนื่องต่อไป ซึ่งนี่ก็คือหลักการคร่าวๆ ในการทำงานของเครื่องยนต์ แน่นอนว่าการใช้เอทานอลบริสุทธิ์นั้นย่อมให้องศาความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างการจุดระเบิดสูงกว่าน้ำมัน ซึ่งสิ่งนี้เองที่เครื่องยนต์สำหรับการใช้เอทานอลตั้งแต่ E20 ขึ้นไปจำเป็นต้องได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับความร้อนดังกล่าวอย่างแท้จริง โดยชิ้นส่วนที่มีความเกี่ยวข้องทั้งหลายจะถูกออกแบบให้ทนทานต่อความร้อนที่มากขึ้น ซึ่งนี่ก็คือขั้นต้นของการออกแบบเครื่องยนต์ที่รองรับ E20 ขึ้นไป แต่กระนั้นเมื่อระดับการผสมของเอทานอลที่มีตั้งแต่ E20-E100 ซึ่งอันหลังหมายถึงการใช้เอทานอลบริสุทธ์ในการจุดระเบิดนั้น จะเห็นได้ว่าความกว้างของช่วงการผสมระหว่างเบนซินและเอทานอลดังกล่าวนั้นกว้างมาก การเลือกซื้อรถยนต์ที่จำเพาะว่าจะต้องเติมได้เพียงช่วงใดช่วงหนึ่งจึงไม่ได้รับการตอบรับที่ดีนักจากกลุ่มผู้ใช้งาน และนั่นก็คือที่มาของการพัฒนาขั้นที่สอง ซึ่งทำให้เกิดศัพท์ใหม่ที่ชื่อว่า FFV (Flexible-fuel vehicle) หรือในที่นี้ขอเรียกว่าเครื่องยนต์อัจฉริยะที่สามารถตอบสนองการใช้งานเชื้อเพลิงแบบเอทานอลได้หลายระดับการผสม โดยการทำงานของเครื่องยนต์อัจฉริยะดังกล่าวก็คือการมีเซนเซอร์ที่ถังน้ำมันเพื่อหาค่าส่วนผสมที่แท้จริงและส่งข้อมูลดังกล่าวสู่การประมวลผลเพื่อสั่งการ ให้เกิดการตั้งค่าเครื่องยนต์ให้มีความเหมาะสมต่อระดับการผสมเชื้อเพลิงนั้นๆ และนี่เองคือที่มาของความสามารถการเติมเชื้อเพลิงในระดับการผสมต่างๆ ของเครื่องยนต์ ตระกูล FFV

ที่นี้เราลองมาดูกันว่าผู้ผลิตรถยนต์ค่ายต่างๆ ให้ความสนใจในการพัฒนาและผลิตอย่างจริงจังมากน้อยแค่ไหน  โดยนับตั้งแต่ปี 1980 ที่ประเทศทางฝั่งอเมริกาเหนือ เริ่มทดลองใช้งานเชื้อเพลิงแบบ E10 แต่ก็ติดปัญหาตรงที่รถยนต์ในสมัยนั้นเครื่องยนต์ไม่สามารถตอบสนองความร้อนของการใช้เชื้อเพลิงเช่นนี้ได้ ต่อมาในสหรัฐอเมริกาก็ประสบผลสำเร็จต่อการคิดค้นเครื่องยนต์ให้สามารถใช้เชื้อเพลิงแบบ E85 และ B85 ซึ่งก็นับว่าเป็นครั้งแรกที่เชื้อเพลิงแบบเอทานอลเริ่มออกมามีบทบาทอย่างจริงจัง โดยเครื่องยนต์ดังกล่าวสามารถวิเคราะห์ค่าส่วนผสมของเชื้อเพลิงสองชนิด ด้วยเซ็นเซอร์ตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไป หลังนั้นจะทำการส่งค่าที่ได้เข้าสู่กล่อง ECU เพื่อการปรับแต่งค่าเครื่องยนต์อย่างอัตโนมัติ แต่กระนั้นการปฏิวัติวงการเชื้อเพลิงที่โดดเด่นกลับไปอยู่ที่ประเทศบลาซิล โดยเรื่องทั้งหมดถูกนำเข้าสู่วาระแห่งชาติ จนถึงขั้นออกกฎควบคุมการนำเข้ารถยนต์ และลดปริมาณการนำเข้ารถยนต์เครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันทั้งดีเซลและเบนซินลงอย่างต่อเนื่อง จนท้ายที่สุดก็จะสามารถนำเข้ารถยนต์สู่บลาซิลได้เพียงเฉพาะเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงชนิด เอทานอลเท่านั้น ไม่เพียงเท่านั้นในส่วนของภาครัฐเองก็ส่งเสริมให้มีจำนวนปั๊มที่มากขึ้น รวมทั้งค่อยๆ ลดจำนวนปั๊มน้ำมันชนิดเบนซินและดีเซลลง โดยอนาคตให้เหลือเพียงปั๊มที่จำหน่ายน้ำมันผสมเอทานอลเท่านั้น ซึ่งเราก็ต้องยอมรับว่าปัจจุบันบลาซิลกลายมาเป็นประเทศที่ส่งออกเอทานอลรายใหญ่ของโลกไปแล้ว

นี่เองคือสิ่งที่เรียกว่าการเอาจริงเอาจังกับเรื่องพลังงานทดแทน ด้วยเหตุนี้ผู้ผลิรถยนต์หลายค่ายต่างก็เริ่มมาให้ความสนใจอย่างจริงจังในการผลิตรถยนต์ ท้ายที่สุดแล้วให้สามารถใช้พลังงานเอทานอลบริสุทธิ์หรือที่เราเรียกกันว่า B100 (ไบโอดีเซล 100 เปอร์เซ็นต์) ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากค่ายรถยนต์ยี่ห้อ FIAT ซึ่งผลิตรถรุ่น Siena Tetra fuel ขึ้นใน 2006 และเริ่มออกวางจำหน่ายในประเทศบลาซิล โดยเครื่องยนต์ดังกล่าวสามารถใช้งานเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมเอทานอลตั้งแต่ 0-100% แถมยังสามารถใช้ก๊าซธรรมชาติได้อีกด้วย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เริ่มมีรถยนต์เชื้อเพลิงเอทานอล 100% ควบคู่กับการใช้ก๊าซธรรมชาติเกิดขึ้นอย่างจริงจัง แต่ก็ใช่ว่าทางฝั่งอเมริกาเองจะไม่สามารถผลิตรถยนต์ที่สามารถใช้เอทานอลบริสุทธิ์วิ่งได้ แต่เป็นเพราะว่าอากาศที่หนาวเย็นต่างหากที่เป็นปัญหาสำคัญในการสตาร์ทเครื่องยนต์ โดยเมื่ออากาศเย็นจัด การสตาร์ทเครื่องยนต์จะติดยากมาก           ซึ่งปัญหานี้ก็ได้รับการแก้ไขด้วยระบบเผาความร้อนก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์นั่นเอง

หันกลับมาบ้านเราที่เริ่มมีการใช้งานน้ำมันผสมเอทานอลแบบ E20 เครื่องยนต์แบบดังกล่าวก็เป็นเทคโนโลยี FFV ด้วยเช่นกัน โดยเมื่อเติมน้ำมันหรือ E20 อย่างใดอย่างหนึ่งเข้า ระบบก็จะเริ่มการอ่านและปรับแต่งค่าเช่นกัน แต่กระนั้นความไม่พร้อมของการผลิตเอทานอลที่ยังคงเกิดขึ้นในบ้านเราก็น่าจะบ่งบอกได้ว่า แท้ที่จริงแล้วประเทศเกษตรกรรมอย่างบ้านเราก็ยังเป็นเพียงชาวนาหัดทำอยู่นั่นเอง ซึ่งก็คงต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยในการเริ่มเดินเข้าสู่วิถีแห่งพลังงานสะอาด ซึ่งในความเห็นของผมเองก็ยอมรับว่าประเทศเราสามารถกลายมาเป็นประเทศที่ร่ำรวยในเรื่องการค้าพลังงานได้ โดยต้องเน้นเรื่องการจัดการทรัยากรอย่างจริงจัง และแน่นอนว่าการเริ่มต้นที่ด็คือการสร้างตลาดในบ้านเราเองก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งถ้าจะรอให้เกิดขึ้นเองด้วยความสมัครใจก็เห็นจะเป็นไปไม่ได้แน่ ภาครัฐเองก็ต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาดอย่างแท้จริงซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ดังที่ภาครัฐทำอยู่ในปัจจุบัน แต่จะต้องนำเข้าสู่วาระแห่งชาติดังที่ประเทศบลาซิลเริ่มต้นมานานแล้วก็เป็นได้

เทคโนโลยีดังกล่าวอาจจะเป็นเพียงแค่หนึ่งในทางเลือกของพลังงาน แต่ท้ายที่สุดก็จะได้รับการพัฒนาให้มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สถาบันการศึกษาด้านวิศวกรรมยานยนต์ของประเทศทั้งหลาย ควรเริ่มให้ความสนใจและให้การศึกษาและวิจัยเครื่องยนต์ดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อที่สุดแล้วจะสามารถนำความรู้ดังกล่าวมาต่อยอดจนนำไปสู่อนาคตที่ดีของประเทศเราได้ ซึ่งก็หวังว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะได้รับความสนใจจากบุคคลในแวดวงดังที่กล่าวมาอย่างจริงจัง แล้ววันหนึ่งข้างหน้าประเทศไทยก็อาจจะหมดปัญหาเรื่องมลพิษทางอากาศจนสามารถขับรถสปอร์ตสุดเท่ห์เปิดประทุน พร้อมสาวสวยคู่ใจเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มที่ในอนาคตก็เป็นได้

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s